กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์

ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

"สังคมศาสตร์ ศาสตร์แห่งความยั่งยืน"

เกี่ยวกับเรา
รายละเอียดหลักสูตรต่าง ๆ คลิกที่นี่
ประกันคุณภาพการศึกษา กมส. (อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน)

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ กมส.สกศ.รร.จปร.

กมส.สกศ.รร.จปร. เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ สกศ.รร.จปร. มีหน้าที่ให้การศึกษา ด้านวิชาการในระดับปริญญาตรีแก่ นนร. ซึ่งปัจจุบันเปิดสอนใน 1 สาขาวิชา คือ สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา ดำเนินการสอน นนร. ให้สามารถบูรณาการ ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้บริหารจัดการและพัฒนา ตามหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ ตลอดจนแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น บรรลุวัตถุประสงค์

ความประทับใจจากผู้เรียน (click ที่รูปเพื่ออ่าน)

"รู้สึกว่าการเป็นศิษย์เก่า กมส.รร.จปร. ทำให้ผมมีสกิลการใช้ชีวิตในการทำงานมากกว่าเพื่อนกองอื่น ซึ่งสิ่งที่ กมส.รร.จปร. ให้ผมมานั้นคือการคิด วิเคราะห์ และแยกแยะในสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าว่าสิ่งไหนต้องทำ ไม่ต้องทำ ควรทำ หรือ ไม่ควรทำ ให้ถูกต้องตามกาลเทศะ"


"ได้นำความรู้ในหลักการทรงงานของ ในหลวงรัชการที่ 9 คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาที่มีสอนในวิชา ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"


"นำไปประยุกต์กับการ ฝึกทหารใหม่ การปกครองบังคับบัญชา การขี่ม้า รวมไปถึงการทำงานทุกอย่าง ซึ่งสิ่งแรกที่เราต้องเข้าใจและสำคัญที่สุดคือตัวเอง ถ้าไม่เข้าใจตัวเองก็ไม่สามารถที่จะไปเข้าใจคนอื่น สิ่งอื่น และจะไม่สามรถเข้าถึงหรือพัฒนาได้เลย"


ร.ท.ภาณุพงศ์ นาคทั่ง (ตท. 55 จปร. 66)
รอง ผบ.ร้อย.ม.รอ.ที่ 1
หน่วย ม.พัน.29 รอ.

“สิ่งที่ได้จากศึกษาใน กมส. ไม่ใช่ได้เพียงองค์ความรู้ในตำราเท่านั้น แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นก็คือความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่จากอาจารย์ ที่มอบความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดเวลา เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองที่เต็มไปด้วยไมตรีจิตความผูกพันทางจิตใจ"


"ทักษะองค์ความรู้ที่ได้จาก กมส. ในกลุ่มวิชาหลัก ทั้งกลุ่มวิชากฎหมาย เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา และกลุ่มวิชารัฐประศาสนศาสตร์ รวมทั้งคุณธรรมจริยธรรมที่สอดแทรกอยู่ในทุกรายวิชา สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน และการดำเนินชีวิตได้โดยทันทีเมื่อจบไปเป็นว่าทีร้อยตรีจนถึงปัจจุบัน”


พ.ต.น้ำมนต์ คงชุ่ม (ตท. 47 จปร. 58)
น.ฝยก.
รพศ.2 พัน.2

"1. ทุกวิชาความรู้จากทุกกลุ่มวิชาล้วนแล้วแต่เป็นวิชาความรู้ที่สอนให้คิดเป็น อาจจะไม่ใช่สูตรตายตัวที่แทนค่าสูตรแล้วได้คำตอบ แต่เป็นหลักและแนวคิดที่ใช้ยึดถือเพื่อต่อยอดหาหนทางและวิธีการในการใช้ชีวิตในทุกสถานการณ์ แม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยปัญหาและความยากลำบาก ผมจึงมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสได้รับวิชาความความรู้เหล่านี้ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่ผมคงหาไม่ได้จากที่ไหน"


"2. ตั้งแต่วันแรกที่จบจนถึงตอนนี้ก็ 10 ปีเต็ม การทำงานในโลกของความเป็นจริงไม่ราบรื่นอย่างที่คิด หลายปัญหามีหลากหลายปัจจัยที่แทบจะมองข้ามไม่ได้แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดีด้วยการประยุกต์ความรู้ที่ได้รับจาก กมส. ผมขอหยิบยกเอาเหตุการณ์มาบอกเล่าสัก 2 เหตุการณ์ครับ


⇒ ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ออกปฏิบัติงานกองร้อยรักษาความสงบ ดูแลพื้นที่ 2 อำเภอ งานหลักคือแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ซึ่งเกือบทั้งหมดแทบจะเป็นปัญหาระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ การทำงานจึงต้องแบ่งเป็นขั้นเป็นตอนพอสมควร ขั้นแรกต้องทำให้ชาวบ้านไว้ใจยอมเล่าปัญหาที่เขาเจอซึ่งต้องใช้งานมวลชนเพื่อการเข้าถึง ขั้นที่สองคือนำเรื่องร้องเรียนมาเรียบเรียงและกลั่นออกมาให้ได้ว่าเข้า พ.ร.บ. ตัวไหนใครเป็นเจ้าพนักงานซึ่งต้องใช้ความรู้และทักษะด้านกฎหมายอย่างมาก และขั้นสุดท้ายคือประสานหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานเพื่อให้ดำเนินการแก้ปัญหาให้ได้ซึ่งก็ต้องใช้ทักษะในการเข้าพบและสื่อสารกับหน่วยงานต่างๆ ทุกขั้นตอนล้วนเกิดจากการเรียนรู้ทั้งจากการเรียนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนจาก กมส. ทั้งสิ้น


⇒ ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสเข้ามาเป็นนายทหารปกครองที่ กรม.นนร.รอ. หน้าที่หลักก็คือปกครอง อบรม ปลูกฝัง นนร. ให้จบไปเป็นนายทหารหลักที่พร้อมแบกรับภาระอีกมากในกองทัพบก เพราะฉะนั้นทุกการกระทำของเรามันคือการแต่งแต้มสีสันให้กับผ้าขาวเหล่านั้น การปลูกฝัง นนร. จึงต้องดึงศักยภาพของตัวเองหลายอย่างเข้ามาใช้ ทุกเวลาที่ปรากฏตัวให้ นนร. เห็น ต้องมีแต่การเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาเหล่านั้นจดจำไปปฏิบัติตาม ทุกคำพูดที่พูดออกไปต้องสามารถให้เขาเหล่านั้นเก็บไปใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าได้ ทุกคำสั่งที่สั่งไปไม่ว่าจะเป็นคำสั่งโทษหรือคำสั่งให้ปฏิบัติต่างๆ ล้วนต้องเป็นคำสั่งที่ต้องทำให้เขาเหล่านั้นตระหนักและตื่นรู้ ทักษะเหล่านี้ผมล้วนประยุกต์มาจากวิชาในหลายกลุ่มวิชา ของ กมส. ทั้งสิ้น เมื่อครั้งเราเป็น นนร. เรารู้จักกองทัพบก รู้จักรูปแบบการทำงานจากเพียงแค่คำบอกเล่าของคน ณ ตอนนั้นโลกในวัยทำงานของเราล้วนเต็มไปด้วยอุดมคติ แต่เมื่อใดที่เราเปลี่ยนจากเลขชั้นปีเป็นดาวสีทองแล้วเราจะพบว่าหลายสิ่งหลายอย่างแทบจะไม่เป็นไปตามสิ่งที่เราฝันไว้ แต่สิ่งหนึ่งที่ติดตัวเราโดยที่ไม่เปลี่ยนเลยนั่นคือวิชาความรู้ที่ได้รับจาก กมส. ซึ่งไม่ว่าโลกการทำงานจะดำเนินไปอย่างไรเราก็จะสามารถนำวิชาความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้จนผ่านลุล่วงไปได้แทบทั้งสิ้น


เพราะฉะนั้นผมจึงมีความภูมิใจอย่างมากที่เคยศึกษา ณ กมส. และคิดเสมอว่า "คิดไม่ผิดที่เลือกกองนี้"


พ.ต.ณัฐพล มะโนแสน (ตท.48 จปร.59)
ฝอ.3 ม.พัน.12
พล.ม.1

"สำหรับผม การได้เรียน กมส.รร.จปร. นั้น ผมภาคภูมิใจและมีความสุขมาก เพราะ กมส. เป็นกองเดียวที่ผมได้ศึกษาเกี่ยวกับวิชาสายศิลป์ที่ผมถนัด วิชาในกองสามารถนำไปใช้ในชีวิตรับราชการและชีวิตประจำวันได้จริง อาจารย์ในกองก็มีความรู้และทุ่มเทในการสอน มีการสนับสนุนนักเรียนให้ไปดูงานและทำกิจกรรมหลากหลายที่ โดยเฉพาะผมเองที่ได้รับโอกาสเป็นหนึ่งใน TEAM SIFE CRMA ไปแข่งขันระดับประเทศและระดับโลกในปี 2006 การเล่าเรียนใน กมส. ส่งผลให้ศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่า มีโลกทัศน์ที่แตกต่างจากกองอื่นๆ เราสามารถปรับตัวได้ดีและเข้าใจโลกได้มากกว่า หากจบไปเป็นนายทหารก็จะเป็นนายทหารที่ปกครองบังคับบัญชาได้ดี หากออกจากราชการก็สามารถประกอบอาชีพอื่นได้ดีและสามารถเติบโตไปเป็นผู้นำขององค์กรนั้นๆ"


"เมื่อสำเร็จจาก รร.จปร. ผมได้รับราชการเป็นทหารราบจนถึงยศพันตรี มีระยะเวลารับราชการกว่า 10 ปี แล้วจึงลาออกจากราชการมาประกอบธุรกิจส่วนตัว นั่นคือบริษัทรักษาความปลอดภัยแซม จำกัด ผมได้ใช้วิชาที่เล่าเรียนมาจาก กมส. ในการทำงานและใช้ชีวิตมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นวิชาสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ กฎหมาย หรือแม้แต่ระเบียบวิธีวิจัย วิชาใน กมส. เป็นวิชาที่อยู่รอบตัวเรา สามารถหยิบมาใช้ได้ตลอด โดยเฉพาะสมัยผมไปเรียนป.โทด้านรัฐศาสตร์ที่สหราชอาณาจักร วิชาของ กมส. เป็นพื้นฐานที่ผมสามารถนำไปต่อยอดได้”


พ.ต. ปิยะเจตน์ มีเดช (ตท.44 จปร.55)
ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย
บริษัทรักษาความปลอดภัยแซม จำกัด